
16
Feb
ญี่ปุ่น
10 ทุ่งเนโมฟีลาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ชมทะเลดอกไม้สีฟ้าสุดตระการตา I Nemophila Fields
ทำความรู้จัก “Nemophila” ดอกไม้สีฟ้าแห่งฤดูใบไม้ผลิ
เนโมฟีลา (Nemophila) เป็นดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ
และได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่นในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม
เพราะสีฟ้าอ่อนละมุนคล้ายท้องฟ้า จนได้รับฉายาว่า “Baby Blue Eyes”
ภาษาดอกไม้
(Hanakotoba)
- ความสำเร็จ / ความสำเร็จที่แน่นอน
- ความเห็นอกเห็นใจ
- ความสัมพันธ์ที่อ่อนโยน
สีฟ้าของเนโมฟีลามักสื่อถึงความสงบ ความหวัง
และการเริ่มต้นใหม่ จึงเป็นดอกไม้ยอดนิยมในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น
เกร็ดความรู้
นอกจากความงดงามทางธรรมชาติแล้ว เนโมฟีลายังเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่จากการปรากฏในอนิเมะชื่อดังอย่าง Frieren: Beyond Journey’s End ซึ่งยิ่งทำให้ดอกไม้สีฟ้านี้มีภาพจำที่โรแมนติกและน่าประทับใจยิ่งขึ้น


1) Hitachi Seaside Park (Ibaraki)
สวนดอกไม้ระดับไอคอนของญี่ปุ่นที่ทำให้ “เนโมฟีลา” โด่งดังไปทั่วโลก บริเวณ Miharashi Hill จะถูกปกคลุมด้วยเนโมฟีลากว่า 5.3 ล้านต้น ไล่เฉดสีฟ้าตั้งแต่ฟ้าอ่อนจนเกือบขาว เมื่อมองจากเชิงเขาจะเห็นเส้นขอบฟ้ากลืนกับทะเลดอกไม้ เกิดเป็นภาพพาโนรามาสุดอลังการ ช่วงเทศกาล FLOWERING บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ
เกร็ดความรู้
Best Time: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม (พีคช่วงปลายเมษายน)



2) Osaka Maishima Seaside Park (Osaka)
ทุ่งเนโมฟีลาริมอ่าวโอซาก้าที่ขึ้นชื่อเรื่องวิว
“Infinity” เพราะสีฟ้าของดอกไม้เชื่อมต่อกับทะเลและท้องฟ้าอย่างไร้รอยต่อ
บนพื้นที่กว่า 4 เฮกตาร์ ปลูกเนโมฟีลาประมาณ 1 ล้านต้น ช่วงเทศกาลจะมีโซนถ่ายภาพ มุมชมวิว และกิจกรรมพิเศษ
ทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวา
เกร็ดความรู้
Best Time: ต้นเมษายน – ต้นพฤษภาคม




3) Yamanakako Hananomiyako Park (Yamanashi)
หนึ่งในจุดถ่ายภาพเนโมฟีลาที่งดงามที่สุด เพราะมี Mount Fuji เป็นฉากหลัง ทุ่งดอกไม้สีฟ้าตัดกับยอดฟูจิที่ยังมีหิมะปกคลุม
เป็นภาพฤดูใบไม้ผลิที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000
เมตร ทำให้ดอกไม้บานช้ากว่าพื้นที่อื่น
เกร็ดความรู้
Best Time: ต้นพฤษภาคม – กลางมิถุนายน



4) Uminonakamichi Seaside Park (Fukuoka)
สวนขนาดใหญ่ริมทะเลในฟุกุโอกะ ที่มีไฮไลต์คือช่วงเวลาที่เนโมฟีลาบานใกล้เคียงกับซากุระ ทำให้เกิดภาพสีชมพูและฟ้าคู่กันอย่างลงตัว บริเวณ Great Lawn Square จะถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้กว่า 12,000 ตารางเมตร พร้อมกิจกรรม Flower Picnic ตลอดฤดูกาล
เกร็ดความรู้
Best Time: ต้น – ปลายเมษายน



5) Nabana no Sato (Mie)
สวนดอกไม้ชื่อดังที่จัดแสดงดอกไม้หมุนเวียนตลอดปี ในฤดูใบไม้ผลิ “Hanahiroba” จะกลายเป็นทุ่งเนโมฟีลากว่า
1 ล้านต้น บนพื้นที่กว้างระดับ Tokyo Dome หนึ่งสนาม พื้นที่เป็นเนินลาดอ่อน
ทำให้ถ่ายภาพเห็นดอกไม้ต่อเนื่องสุดสายตา และช่วงเย็นยังสามารถเที่ยวชมไฟประดับได้
เกร็ดความรู้
Best Time: กลางเมษายน – ปลายพฤษภาคม



6) Kuju Flower Park (Oita)
ตั้งอยู่บนที่ราบสูงคุจูที่ระดับความสูงราว 850 เมตร ทำให้บรรยากาศเย็นสบายและดอกไม้บานช้ากว่าภูมิภาคอื่น เนโมฟีลากว่า 100,000 ต้นกระจายบนพื้นที่ 9,000 ตารางเมตร โดยมีแนวภูเขาคุจูเป็นฉากหลัง เพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับทิวทัศน์
เกร็ดความรู้
Best Time: พฤษภาคม



7) Umami Kyuryo Park (Nara)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในนาราที่มีภูมิทัศน์เนินเขาเปิดโล่ง บริเวณ “Tsudoi no Oka” จะถูกปกคลุมด้วยเนโมฟีลาสีฟ้าสดใสในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ
ความกว้างของพื้นที่ทำให้มองเห็นทุ่งดอกไม้แบบพาโนรามา
และยังมีดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิชนิดอื่นบานต่อเนื่อง
เกร็ดความรู้
Best Time: ปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม



8) Tsurumi Ryokuchi Park (Osaka)
จุดเด่นคือทุ่งเนโมฟีลาบน “Windmill Hill” ที่มีกังหันลมเป็นแลนด์มาร์ก เมื่อดอกไม้บานเต็มที่ เนินเขาจะกลายเป็นทะเลสีฟ้าตัดกับโครงสร้างสีขาวของกังหัน ให้บรรยากาศคล้ายชนบทในยุโรป และบางช่วงยังมีทิวลิปหรือดอกไม้อื่นบานร่วมกัน
เกร็ดความรู้
Best Time: ต้น – ปลายเมษายน



9) Sanuki Manno Park (Kagawa)
สวนแห่งชาติแห่งเดียวในภูมิภาคชิโกกุ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 350 เฮกตาร์ เนโมฟีลาประมาณ 450,000 ต้นกระจายอยู่หลายโซน เช่น Flower Touring Hill และ Blue Dragon Valley เนินลาดนุ่มทำให้มองเห็นลอนคลื่นของดอกไม้สีฟ้าได้ชัดเจน
เกร็ดความรู้
Best Time: ต้น – ปลายเมษายน



10) Awaji Island Akashi Kaikyo National Government Park (Hyogo)
สวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนเกาะอาวาจิ โซน “Poplar Hill” จะถูกแต่งแต้มด้วยเนโมฟีลาในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ พร้อมวิวทะเลเซโตะในที่มองเห็นได้จากเนินเขา ช่วงเดียวกันยังมีดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิชนิดอื่นผลัดกันบาน ทำให้บรรยากาศสดใสตลอดเส้นทางเดิน
เกร็ดความรู้
Best Time: ปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม



